ใบงานอิเหนา_ตอบคำถาม

ตอนที่ ๑   ให้นักเรียนตอบคำถามลงในช่องว่างต่อไปนี้
๑. ผู้แต่งเรื่อง  “อิเหนา”  คือ ..........................................................................................................
๒. อิเหนา  แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภท....................................................................................
๓. กษัตริย์วงศ์เทวัญมี........พระองค์  คือ.......................................................................................
๔. พระโอรสของท้าวกะหมังกุหนิง  คือ ................................................................................... .
๕. พระอนุชาทั้งสองของท้าวกะหมังกุหนิง คือ .......................................................................
๖. พระโอรสของท้าวสิงหัดส่าหรี คือ .........................................................................................
๗. ระเด่นดาหยน คือ ......................................................................................................................
๘. ก่อนที่ท้าวกะหมังกุหนิงจะยกทัพไปทำศึกนั้น  โหรได้ทำนายดวงชะตาของท้าวกะหมังกุหนิงและ
     วิหยาสะกำ ว่า..............................................................................................................................
๙. ผู้ที่สังหารวิหยาสะกำ คือ ....................................................... ส่วน........................................... นั้นเป็นผู้สังหารท้าวกะหมังกุหนิง
๑๐. ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง อิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง  คือ ....................................................

ตอนที่ ๒  ให้นักเรียนจับคู่คำและความหมายของคำด้วยการนำตัวอักษรหน้าความหมายมาเติมลงใน
                 ช่องว่างหน้าหมายเลขคำ

..............   . ระตู                                                                                 ก. คำพูด
………..   . บุหรง                                                                          ข. สวรรค์
………..   . ตุนาหงัน                                                                    ค. ถุงสำหรับใส่เงินและสิ่งของ
………..   . ตำมะหงง                                                                   ง. เสาใหญ่สำหรับผูกช้าง
………..   . จตุรงค์                                                                         จ. เป็นคำที่ใช้เรียกเจ้าเมืองที่มิใช่วงศ์เทวัญ
………..   . กิริณี                                                                             ฉ. เสียงดังมาก
………..   . ดวงยิหวา                                                                   ช. คิดใคร่ครวญ
………..   ๘. อะหนะ                                                                      ซ. ผู้เป็นที่รักยิ่ง
………..   ๙. ตรึกไตร                                                                       ฌ. ลูก
….…….   ๑๐. อึงอุตม์                                                                      ญ. ช้าง
….…….   ๑๑. พจมาน                                                                     ฎ. ผ้าที่ลงอาคม ใช้ป้องกันอันตรายในการสู้รบ
….…….   ๑๒. ดัสกร                                                                       ฏ. หมั้นหมาย
………..   ๑๓. ประเสบัน                                                               ฐ. สว่างเป็นประกายงดงาม
…….….   ๑๔. กระยาหงัน                                                             ฑ. น้ำที่ผ่านพิธีกรรม เพื่อทำให้ศักดิ์สิทธิ์
.……….   ๑๕. ไถ้                                                                             ฒ. อาวุธ
…….….   ๑๖. เสาตะลุง                                                                  ณ. ไม่ซื่อตรง
.……….   ๑๗. ประเจียด                                                                 ด. นก บางทีใช้หมายถึง นกยูง
.……….   ๑๘. ตรัสเตร็จ                                                                 ต. เจ้าเมืองที่เป็นเมืองขึ้น
.……….   ๑๙. สามนต์                                                                     ถ. ศัตรู
.……….   o. ลักษณ์                                                                      ท. กระตุ้นให้ม้าเดินหรือวิ่ง
..............  ๒๑. กะระตะ                                                                     ธ. เชื้อสายกษัตริย์ที่สืบมาจากเทวดา
…….….   ๒๒. ศัสตรา                                                                    น. จดหมาย  ใช้ว่า  สาร หรือ สารา ก็มี
….…….   ๒๓. ธุรธาวารีภิเษก                                                       บ. กองทัพสี่เหล่า  คือ ช้าง  ม้า  รถ พลเดินเท้า
…….….   ๒๔. วงศ์เทวัญอสัญหยา                                              ป. ไป
.……….   ๒๕. บทจร                                                                      ผ. ตำหนัก
..………   ๒๖. ส่งสการ                                                                  ฝ. คอย
.……….   ๒๗. อาสัตย์                                                                    พ. กองทัพใหญ่
…….….   ๒๘. พหลพลขันธ์                                                         ฟ. ไม่คิดให้รอบคอบ
.……….   ๒๙. เบาความ                                                                 ภ. ชื่อตำแหน่งขุนนางผู้ใหญ่ในชวา
.……….   o. ท่า                                                                             ม. พิธีกรรมเกี่ยวกับการปลงศพ

 ตอนที่ ๓   คำที่ขีดเส้นใต้ในคำประพันธ์ต่อไปนี้หมายถึงตัวละครตัวใดให้นักเรียนเขียนชื่อของตัวละครตัวนั้น 
ลงในช่องว่างให้ถูกต้อง

. “ แว่วเสียงสำเนียงบุหรงร้อง                   ว่าเสียงสามนิ่มน้องเสน่หา
      พระแย้มเยี่ยมม่านทองทัศนา                 เห็นแต่ป่าพุ่มไม้ใบบัง ”
(
………………………………………………………………………………)
. “ สตรีใดในพิภพจบแดน                        ไม่มีใครได้แค้นเหมือนอกข้า
      ด้วยใฝ่รักให้เกินพักตรา                         จะมีแต่เวทนาเป็นเนืองนิตย์ ”
(
………………………………………………………………………………)
. “ แล้วว่าแก่ดะหนังเสนา                         เราจะยกโยธาไปโหมหัก
    มิให้เสียวงศาสุรารักษ์                               งดสักเจ็ดวันจะยกไปฯ ”
(
………………………………………………………………………………)
. “ แม้นมิยกพลไกลไปช่วย                       ถึงเราม้วยก็อย่ามาดูผี
   อย่าดูทั้งเปลวอัคคี                                     แต่วันนี้ขาดกันจบบรรลัย ”
(
………………………………………………………………………………)
. “ อันองค์พระบรมเชษฐา                        เห็นจะให้ใครมาหรือหาไม่
      เจ้ามาในทางพนาลัย                               ยังได้ข่าวบ้างหรือนัดดาฯ ”
(
………………………………………………………………………………)
. “ จึงยับยั้งฟังพระองค์ทรงยศ                  จะกำหนดให้ตั้งค่ายมั่น
     กองทัพนับแสนแน่นอนันต์                    พร้อมกันหยุดอยู่ที่ชายไพร ”
(
………………………………………………………………………………)
. “ ทูลพระเชษฐาสุริย์วงศ์                           อย่าให้ทรงพระวิตกหมกไหม้
      เราจะให้สุหรานากงไป                           ช่วยพระชิงชัยด้วยไพรี ”
(
………………………………………………………………………………)
.            “ เมื่อนั้น                                        พระปิ่นภพกุเรปันกรุงศรี
     ฟังโอรสาพาที                                          จึงตรัสสั่งเสนีทันใด ”
(
………………………………………………………………………………)

. “ แล้วตรัสแก่กะหรัดตะปาตี                  อันสงครามครั้งนี้เห็นหนักหนา
     จะเปลี่ยวเปล่าเศร้าใจอนุชา                  ไม่มีที่ปรึกษาหารือใคร ”
(
………………………………………………………………………………)
o.       “ เมื่อนั้น                                             พระสุริย์วงศ์องค์ศรีปัตหรา
      เผยสีหบัญชรแล้วบัญชา                        ตรัสสั่งเสนาธิบดี ”
(
………………………………………………………………………………)

๑๑
.เจ้าอย่าย่อท้อไม่พอที่                        แต่เพียงนี้ไม่พรั่นหวั่นไหว
       เอ็นดูนัดดาโศกาลัย                              ว่ามิได้จะอรไทยจะมรณา ”
(
………………………………………………………………………………)
๑๒
.         “ บัดนั้น                                       ทั้งสี่เสนีผู้ใหญ่
        ได้ฟังกิจจาก็คลาไคล                          เข้าไปยังท้องพระโรงคัล
        ก้มเกล้าประณตบทบงสุ์                      พระผู้วงศ์เทวากระหยาหงัน”
(
………………………………………………………………………………)
๑๓
. “ มาเห็นศพทอดทิ้งกลิ้งอยู่                     พระพินิจพิศดูแล้วใจหาย
        หนุ่มน้อยโสภาน่าเสียดาย                     ควรจะนับว่าชายโฉมยง ”
(
………………………………………………………………………………)
๑๔
. “ เห็นระเด่นมนตรีต่อสู้                          แทงระตูแม่ทัพดับจิต
       สามองค์ทรงม้ากระชั้นชิด                      จะสังหารผลาญชีวิตไพรี”
(
………………………………………………………………………………)
๑๕
. “ อันเพลงกริชชวามลายู                       กูรู้สันทัดไม่ขัดสน
       คิดแล้วชักกริชฤทธิรณ                           ร่ายรำทำกลมารยา”
(
………………………………………………………………………………)
๑๖
. “ จำกูจะสังหารผลาญด้วยกริช           ซึ่งเทเวศร์ประสิทธิ์ประสาทให้
      คิดพลางชักกริชฤทธิไกร                      แล้วร้องว่าไปมิได้ช้า ”
(
………………………………………………………………………………)

๑๗. “ แทงต้องระตูแล้วฟันซ้ำ                    ไม่ชอกช้ำผิวหนังแต่ซักนิด
        ต่างทรงศักดาวราฤทธิ์                           เลี้ยวไล่ตามติดต้านทานฯ ”
(
………………………………………………………………………………)
๑๘
.       “ เมื่อนั้น                                            พระสุริย์วงศ์พงศ์อสัญแดหวา
      เห็นไพรีรุกไล่อนุชา                               พระขับม้าถลันออกกั้นกาง ”
(
………………………………………………………………………………)
๑๙
. “ หรือหนึ่งพึ่งจะมาเป็นน้อง               เกี่ยวข้องรักกันเป็นไฉน
        เราคิดเห็นผิดประลาดใจ                      จงบอกไปแต่จิรงบัดนี้ฯ ”
(
………………………………………………………………………………)
o. “ ใช่นางเกิดในปทุมา                          สุริย์วงศ์พงศานั้นหาไม่
       จะมาช่วงชิงกันดังผลไม้                      อันจะได้นางไปอย่าสงกาฯ ”
(
……………………………………………………………………………....)

Comments